อะ เดย์ อิน ซัมเมอร์



ถึงแม้ว่า We Recommend จะไม่ได้กินเจเหมือนใครๆ แต่ก็ตั้งใจว่าช่วงนี้อยากจะขอพักเบรคจากอาหารหนักๆ กับพวกขนมนมเนยซะหน่อย วันนี้ตั้งใจจะไปหาร้านนั่งอ่านหนังสือเล่นเพลินๆ ในวันหยุด พร้อมกับจิบกาแฟกันให้สบายอุรา...

มีคนรู้จักแนะนำร้านกาแฟน่านั่งอยู่ที่หนึ่งชื่อว่า A Day in Summer อยู่ใกล้กับวัดอรุณฯ ที่นี่เค้ามีคอนเซ็ปต์เก๋มากๆ เลยค่ะ ด้วยการเนรมิตรพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นร้านกาแฟในบรรยากาศของทะเลฤดูร้อน อีกทั้งเจ้าของร้านได้ใส่ไอเดียการตกแต่งร้าน ประยุกต์เอาของใช้มาทำใหม่ให้เป็นประโยชน์ อย่างโต๊ะกลมก็คือถังน้ำมันเก่านำมาพ่นสีขาว แจกันทำจากหลอดไฟ โคมไฟก็เป็นกระป๋องที่เอามาพ่นสี ไอเดียเก๋กู๊ดอย่างนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะ

ภายในร้านแต่งแต้มสีฟ้าครามสดใส มีเคาท์เตอร์ไม้เครื่องดื่มที่มีทั้งกาแฟและน้ำผลไม้ ให้เราได้นั่งพักบนเก้าอี้ยาวทำเป็นชิงช้าขนาดใหญ่ พร้อมหมอนอิงใบเล็ก ยังมีมุมเตียงผ้าใบไว้สำหรับเอนกายฟังเพลงแจ็สเบาๆ ชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ริมชายหาดเลยทีเดียว หรือใครอยากจะย้ายขึ้นไปนอนเอกเขนกกับเบาะนุ่มบนชั้น 2 ก็ยังได้ อ้อ!! เกือบลืมบอก ทางร้านเค้าใจดี มี Wi-Fi ให้ใช้ฟรีด้วยนะคะ

หลังจากที่เราเลือกมุมนั่งเล่น พร้อมหยิบแม็กกาซีนเล่มใหม่ล่าสุดจากชั้นไม้แล้ว ก็สั่ง Hot Cappuccino (45 บาท) คาปูชิโน่ร้อนกลิ่นหอมรสเข้ม ที่แพ็คคู่มากับขนมปังอบชิ้น หรือถ้าอากาศร้อนหน่อยจะเลือกลอง Ice Cappuccino (50 บาท) ก็สัมผัสรสชาติหวานมันเข้มข้นได้ไม่แพ้กันค่ะ

นอกจากกาแฟ ก็ยังมีเครื่องดื่มเย็นๆ อย่างน้ำผลไม้ Mango Frost (45 บาท) น้ำมะม่วงปั่นรสเปรี้ยวหวาน มีวิตามินเอและซีสูง ทั้งอร่อยทั้งมีประโยชน์ค่ะแก้วนี้ หรือลอง Apple Soda (40 บาท) แอ็ปเปิ้ลโซดาเย็นๆ ซ่าๆ ที่มาพร้อมกับรสเปรี้ยวอมหวาน และเยลลี่นุ่มหนึบหลากสี เห็นมีแต่เครื่องดื่ม กลัวว่าจะหิว เลยขอ Sweet Waffle (60 บาท) วาฟเฟิลหวานที่ทำใหม่ๆ ร้อนๆ แป้งนุ่มราดสตรอเบอร์รี่ซอสและช็อกโกแลตซอส ไว้ทานรองท้องหน่อยค่ะ

ไว้วันไหนหยุดว่างๆ ถ้าคุณยังไม่รู้จะทำอะไรหรือไปไหนดี ลองขับรถมาเที่ยวแถวฝั่งธนฯ ไปเดิน็อปปิ้งที่ วังหลัง แวะไหว้พระวัดอรุณฯ แล้วเลยมาพักเหนื่อยที่ A Day in Summer รับรองว่าเป็นอีกโปรแกรมที่ทำให้วันหยุดของคุณสนุกมากกว่าทุกครั้งเลยค่ะ

ร้าน Dressing Dessert




กลิ่นอายวันแห่งความรักยังไม่ทันจางหาย We Recommend จึงขอเชิญชวนคุณไปเติมความหวานให้ชุ่มฉ่ำหัวใจกันอีกนิด ด้วยการควงแขนสวีทฮาร์ทไปทานขนมอร่อยๆกัน และร้านแนะนำครั้งนี้เรากล้าคอนเฟิร์ม รับรอง รับประกัน และฟันธงว่าสาวๆ ต้องถูกใจแน่นอนDressing Dessert ร้านเค้กสไตล์ฝรั่งเศส ที่บรรยากาศสุดแสนหวานในร้านมีหลายมุมน่ารักๆ ให้คุณเอนกายกับหมอนอิงใบนุ่ม อดใจไม่ไหวมาหยุดที่ตู้เค้กหมุนโชว์ความน่ากินของขนมชิ้นน่ารักมากมาย ส่วนโซน Out door ด้านหน้าก็หวานไม่แพ้กันค่ะ มีเก้าอี้สไตล์วินเทจใต้ร่มหลังใหญ่ นั่งปล่อยอารมณ์เพลินกับเสียงน้ำพุเคล้าเสียงเพลง Bossa พอฟ้าเริ่มมืดบรรยากาศก็ยิ่งโรแมนติกขึ้นอีกเยอะแล้วก็ถึงเวลารอคอย ขนมเค้กมากมายรออยู่ตรงหน้า ความพิเศษของขนมร้านนี้คือการเลือกใช้แต่วัตถุคุณภาพเกรดเอ ทำให้ขนมมีรสชาติดี บวกกับการตกแต่งหน้าตาออกมาได้อย่างน่ารักน่าทานมากๆ พร้อมแล้วเริ่มที่ Banana Cup Cake เค้กกล้วยหอมอบใหม่แป้งฟูนุ่มตามด้วย Mango Mousse มูสมะม่วงห่อด้วยซอล์ฟเค้กอีกชั้น ชาว Chocolate Lover ห้ามพลาด Chocolate Bitter ช็อกโกแลตเข้มข้นสลับชั้นกับบิสกิตกรุบกรอบ หรือชิ้นนี้ Double Chocolate อร่อยแบบดับเบิ้ลกับช็อกฯ มูสนุ่มละลายในปากคอชีสต้องลอง Mix Fruit Cheese Cake ชีสเค้กเนื้อเนียนหน้าผลไม้รวม และชิ้นไฮไลท์ Roll Strawberry ครีมสดรสนุ่มหวานมันแทรกด้วยสตรอเบอร์รี่สด,Mix Fruit Macaron มาคารองไส้ผลไม้รวม ขนมสไตล์ฝรั่งเศสแท้มาต่อกันที่ Cup Cake คัพเค้กหน้าครีมสตรอเบอร์รี่, Raspberry Mousse ราสเบอร์รี่มูสหวานซ่อนเปรี้ยว, Pandanus Custard Cake เค้กสังขยาใบเตยมะพร้าวอ่อนเนื้อนุ่มนิ่มหวานมันขนมเค้กจะให้อร่อยต้องทานพร้อมกับการจิบชา เห็นด้วยมั้ยคะ ถ้างั้นขอ Twinings Tea Set ชาเอิร์ลเกรย์กลิ่นหอมรสละมุนชุ่มคอ หรือจะสดชื่นกับ Strawberry Smoothies น้ำสตรอเบอร์รี่สดปั่นรสหวานๆ เปรี้ยวๆ นอกจากขนมและเครื่องดื่ม ที่นี่ยังให้เราอิ่มท้องกับเมนูจานเดียว ทั้งไทยและฟิวชั่น อาทิเช่น Spaghetti Bacon Chili สปาเก็ตตี้ผัดปรุงรสกับเบคอนทอด และเมนูอื่นๆอย่าง เครปแกงเขียวหวาน ไข่พะโล้สูตรคุณยาย ฯ หลังจากจบภาระกิจทานเค้กอร่อยๆ แล้ว ปริมาณแคลอรี่ในตัวนั้นพุ่งกระฉูดไปเลยค่ะแต่ว่าปริมาณความสุขจากการได้ทานของอร่อยๆ นั้นก็ยิ่งเยอะกว่ามาก และไม่ว่าคุณจะมาสวีทกับหวานใจคนพิเศษ หรือมานั่งเมาท์กับแก๊งค์เพื่อนสาว ก็จะได้หอบช่วงเวลาแห่งความสุขจากที่นี่กลับบ้านไปด้วยแน่นอน ไม่เชื่อลองมาด้วยตัวเองสิคะที่ตั้ง : 1794/1 ทาวน์อินทาวน์ ซอย 3/1 ลาดพร้าว 94 วังทองหลาง

โคขุนโพนยางคำ เกษตร-นวมินทร์ สาขาแจ้งวัฒนะ




บ้านโพนยางคำ ต.โนนหอม อ.เมือง จ.สกลนคร อาจเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ที่ดำรงชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายด้วยการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ อันเป็นวิชาชีพชีพขั้นพื้นฐานของวิถีเกษตรกรรม หากหมู่บ้านเดียวกันนี้ ไม่เป็นที่ตั้งของสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด ซึ่งมีชื่อเสียงด้านในด้านการผลิตเนื้อโคขุนไปถึงต่างประเทศ แต่คนไทยมักจะไม่ค่อยรู้จักกันนักในยุคแรกๆ คอเนื้อจะคุ้นเคยในชื่อ เนื้อไทยเฟรนซ์ Thai-French Natural Beef กันเสียมากกว่า เหตุที่ได้เรียกอย่างนั้นเพราะเป็นเนื้อที่ได้จากพันธุ์โค ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์พื้นเมือง กับโคเนื้อสายพันธุ์แท้จากฝรั่งเศส ภายใต้การช่วยเหลือด้านวิชาการจากรัฐบาลฝรั่งเศส มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 เนื้อโคขุนโพนยางคำ เป็นเนื้อโคธรรมชาติ Natural Beef ปราศจากฮอร์โมนหรือสารเร่งการเจริญเติบโต ที่มีการควบคุมและกำกับ ขั้นตอนต่างๆ อย่างเป็นระบบตั้งแต่การคัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์ การผสม การเลี้ยง การขุน จนถึงขบวนการผลิตเป็นเนื้อโคขุน ถูกสุขลักษณะตามหลักสากล ทำให้เนื้อโคขุนโพนยางคำเป็นเนื้อชั้นดี มีคุณภาพ ไม่แพ้เนื้อโคนำเข้าจากต่างประเทศ ที่เกริ่นนำกันมาเสียหลายวรรคตอน ก็เพียงเพื่อต้องการให้ท่านทั้งหลาย ได้ทราบที่มาที่ไปเกี่ยวกับคำว่า เนื้อโคขุนโพนยางคำ กันพอสังเขปสำหรับท่านที่ทราบอยู่แล้วก็ถือว่าเป็นการทบทวนกันอีกรอบก็แล้วกันนะครับ คำว่า โพนยางคำ จึงเปรียบเหมือนเครื่องหมายการค้า อันเป็นผลผลิตจากสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง บ้านโพนยางคำ ต.โนนหอม อ.เมือง จ.สกลนคร นั่นเอง จวบจนเมื่อมีการเปิดร้านอาหารในแนวปิ้งย่างลวกจิ้ม โดยนำเนื้อโพนยางคำมาเป็นตัวชูโรง จึงทำให้ชื่อนี้เป็นที่ติดหูของผู้คนทั่วไป มากกว่าจะจำกัดอยู่ในหมู่นักนิยมบริโภคเนื้ออย่างแต่ก่อนคุณกฤตพล คงประสม หรือ คุณโด่ง ก็เป็นผู้พิสมัยรสชาติของเนื้อโคขุนอีกผู้หนึ่ง ที่ได้ลิ้มลองมาหมดแล้ว ทั้งของพื้นบ้านราคาหลักสิบต่อกิโลกรัม จนถึงของนำเข้าราคาวเรือนหมื่น สุดท้ายก็มาจบที่เนื้อโคขุนโพนยางคำ ร้านโคขุนโพนยางคำ เกษตร-นวมินทร์ จึงเกิดขึ้นตามความชื่นชอบส่วนตัว ที่อยากแบ่งปันความรู้สึกนั้นให้กับนักชิมทั้งหลาย และอาจเรียกได้ว่าเป็นร้านในยุคแรก ซึ่งปลุกกระแสโพนยางคำ(สามคำจำให้มั่น) เลยก็คงไม่ผิดนักร้านแรกถือว่าได้รับการตอบรับ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จึงได้ขยายตัวเกิดสาขาแห่งที่สองคือ สาขาแจ้งวัฒนะ แบ่งเบาภาระการเดินทางให้กับลูกค้าที่เคยเดินทางไปย่านเกษตร-นวมินทร์ ได้ไม่น้อยทีเดียว เริ่มเปิดทดลองระบบมาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ก็ได้ฤกษ์เปิดเต็มตัวไปแล้วในชื่อ “โคขุนโพนยางคำ เกษตร-นวมินทร์ สาขาแจ้งวัฒนะ” นามเดิมเพิ่มสาขาต่อท้าย แต่ยังคงรักษามาตรฐานไว้คือ เป็นเนื้อโคขุนที่มีคุณภาพจากสหกรณ์ฯ โพนยางคำ โดยตรงด้วยความที่เนื้อจากสหกรณ์ฯ โพนยางคำ ผ่านการชำแหละในโรงชำแหละที่ได้มาตรฐาน กำกับดูแลโดยสัตวแพทย์ตลอดวงจรการผลิตมีระบบการจัดการกับตามหลักสากลเช่น การเก็บบ่ม (Chilled) ในห้องควบคุมอุณหภูมิ ด้วยระยะเวลาที่เหมาะสม ฯลฯ ก่อนจะนำส่งออกไปยังที่ต่างๆ การเก็บรักษาเนื้อจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ ผู้ที่จะนำเนื้อไปจำหน่ายในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์จะอยู่ในธุรกิจร้านอาหารเป็นหลัก คุณโด่งก็ได้ให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาในห้องเย็นที่ได้มาตรฐาน จัดวางอย่างถูกวิธี ซึ่งแม้แต่ผมเองก็เพิ่งจะทราบเหมือนกันว่าการเรียงเนื้อเข้าห้องเย็น ก็ต้องมีหลักวิชาการจัดวางเหมือนกัน ไม่ใช่วางสุ่มสี่สุ้มห้าเหมือนเขียงเนื้อตามตามตลาดทั่วไป ฟังคุณโด่งเล่าเรื่องราวต่างๆ พร้อมกับชิมอาหารที่ลำเลียงมาเป็นระยะๆ แล้ว ทำให้ได้ข้อคิดขึ้นมาว่า ถ้าคิดอยากจะเปิดร้านอาหารมันก็ทำได้ไม่ยากแต่จะทำให้ดีนั้นลำบากกว่าหลายเท่านัก หากเราซื่อสัตย์กับสิ่งที่ทำ สิ่งนั้นก็จะให้คุณกับเราเองส่วนเรื่องรสชาติผมไม่อยากจะพูดอะไรมาก ผ่านตลอดทั้งปิ้งย่าง กระทะร้อน ตุ๋น ยำ ทอด ฯลฯ ทั้งที่มีเนื้อเป็นวัตถุดิบหลัก ไปจนถึงเนื้อสัตว์อื่นๆ ทั้งบกและน้ำ เพราะถ้าไม่ดีจริงคงไม่มีสาขา 2 อันนี้ผมไม่ได้เชียร์นะครับ แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ “ร่ำสุรา อาหาร ท่ามกลางสวน แสงสีนวลดวงไฟงามผ่องใสนั่งเคียงคู่อยู่กับคนที่รู้ใจสายนวลใยสานสัมพันธ์... ฉันและเธอทั้งอาหารและรสชาติที่ถึงเครื่องช่างเป็นเรื่องลงตัวที่เสกสรรลองมาชิมเนื้อย่างโคขุนกัน ขอทุกท่าน จงโชคดีมีสุขเทอญ ฯ “ ผมคัดลอกมาจากท้ายเล่มเมนูของทางร้าน ซึ่งคุณโด่งเป็นคนแต่งเอง เห็นแล้วเข้าท่าได้อารมณ์ จึงอยากนำมาเผยแพร่ แต่ถ้าอยากอ่านต้นฉบับจริง ต้องไปสั่งอาหารแล้วหาอ่านที่ร้านโคขุนโพนยางคำ เกษตร-นวมินทร์ สาขาแจ้งวัฒนะ กันเอาเองครับสำหรับการเดินทางนั้น ร้านอยู่ริมถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณเชิงสะพานข้ามแยกที่ ถ.แจ้งวัฒนะ ตัดกับคลองประปา ถ้ามาจาก ถ.วิภาวดี มุ่งหน้าสู่เมืองทองธานี – ปากเกร็ด ลงสะพานข้ามแยกแล้วให้หาที่กลับรถ หรือจะยูเทิร์นก็ได้หากไม่สะดวก วิ่งผ่านศูนย์รถยนต์มิตซูบิชิไปสักเล็กน้อยก็จะเห็นร้าน เลี้ยวซ้ายเข้าไปจะพบเห็นที่จอดรถพร้อมพนักงานคอยดูแลความสะดวก ในทางกลับกันหากมาจากเมืองทองธานี – ปากเกร็ด ก็ไม่ต้องขึ้นสะพานและไม่ต้องกลับรถ ผ่านศูนย์มิตซูฯ ก็เลี้ยวเข้าร้านได้เลยครับ หากหยิบเมนูขึ้นมาอ่าน แล้วตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเริ่มตรงไหน สอบถามจากพนักงานได้ครับ แล้วคุณจะได้พบความสุขจากรสชาติเนื้อโคขุนลูกครึ่ง เชื้อชาติไทย-ฝรั่งเศส สัญชาติไทยอย่างแท้จริง บุญรักษา... คุณพระคุ้มครอง... เจริญสุขทุกๆ ท่านครับ ร้านโคขุนโพนยางคำ เกษตร-นวมินทร์ สาขาแจ้งวัฒนะเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16.00 – 24.00 น.สอบถามเส้นทางหรือสำรองโต๊ะได้ที่ โทร. 08 6755 2446

ร้านกลมกล่อม





ตะวันใกล้ตกดินแล้ว หลายๆท่านคงกำลังมองหาร้านอาหารรสชาติอร่อย บรรยากาศชิว ชิว อยู่ใช่ไหมคะ หากใครมีโอกาสได้ขับรถผ่านไปทางถนนเส้น เลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทราคงจะทราบกันดีว่า ถนนเส้นนี้มีร้านอาหารมากมายให้เลือกรับประทาน ทั้งร้านขนาดใหญ่ และ ขนาดเล็ก ตั้งเรียงรายเตรียมต้อนรับเต็ม 2 ข้างทาง... และร้านอาหารที่อยากจะแนะนำให้ทุกท่าน ได้ไปลองลิ้มชิมรสในวันนี้ ก็เป็นหนึ่งในร้านขนาดเล็กๆบรรยากาศเป็นกันเอง มีเพลงเพราะๆสไตล์ Boss nova ที่ทางร้านได้เปิดสร้างบรรยากาศให้ลูกค้าได้ฟังไปพร้อมกับการรับประทานอาหาร ชื่อว่า ร้านกลมกล่อม ค่ะ ร้านกลมกล่อม เพิ่งเปิดบริการได้ไม่นานนัก ประมาณกลางปี 2551 ที่ผ่าน ตั้งอยู่ใกล้กับทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ตรงข้าม Crystal Park เมื่อเข้าไปภายในร้านจะพบกับบรรยากาศ 2 สไตล์ คือ มีส่วนที่เป็นห้องอาหาร กับส่วนทีอยู่ภายนอก ซึ่งคุณสามารถเลือกนั่งได้ตามสบายเลยค่ะ ชื่อว่าร้านกลมกล่อม... แค่ฟังชื่อก็อยากชิมรสชาติอาหารกันแล้วใช่ไหมคะ อย่ารอช้า.... เราลองสั่งเมนูแนะนำของทางร้านมาชิมกันเลยดีกว่า เริ่มจากเมนูจานเด็ด สำหรับคนชอบทานรสจัด ต้มยำแห้ง แค่ชื่อก็ดูน่าทานแล้วนะคะ เป็นการนำอาหารทะเลต่าง ๆ มาผสมผสาน กับรูปแบบการจัดวาง ซึ่งทางร้านจะนำกุ้งใหญ่มาวางพาดกัน ทำให้อาหารดูน่าทานมากยิ่งขึ้น สำหรับรสชาติแล้ว ต้องขอบอกว่ามีความลงตัวมาก เมนูถัดไปก็คือ ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ทางร้านมีสูตรพิเศษในการทอด กระเทียมที่ไม่เหมือนที่ไหน คือ กระเทียมจะมีความกรอบพิเศษราดอยู่บนตัวปลาเนื้ออ่อนที่มีความสด เสริฟ์พร้อมกับน้ำจิ้มซีฟูดรสเด็ด น่าทานมาก ๆค่ะ อีกเมนูที่จะแนะนำคือ ปอเปี้ยะแฮมชีส เป็นการนำเอาแป้งปอเปี้ยะมาห่อด้วยแฮมและชีส จากนั้นนำไปทอดจนข้างนอกกรอบข้างในนุ่มเหมาะสำหรับทานเล่นเป็นออเดิร์ฟ และเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบทานเผ็ดค่ะนอกจากเมนูแนะนำแล้วทางร้านยังมีอาหารอื่นๆอีก เช่น ไก่ทอดขมิ้น , กุ้งผัดพริกขี้หนู, กุ้งแช่น้ำปลา(วาซาบิ) ตับทอดกระเทียม , สลัดซู่ซ่า เมนูสเต็กต่างๆไม่ว่าจะเป็นสเต็กเนื้อ สเต็กหมู สเต็กปลา และ สูตรเด็ดสำหรับ ท่านที่ชอบทานวาซาบิต้องให้มาลองทานดูค่ะ วาซาบิที่นี้ ซี๊ด ซ้าด ไม่เหมือนที่ไหนจริง ๆ และระหว่างรออาหารที่สั่งทางร้านยังมีหนังปลาทอดกรอบมาให้ทานเล่นกันฟรี ๆ อีกด้วยนะคะราคาอาหารก็อยู่ในระดับกลางๆ ตั้งแต่ 65 – 200 บาท แต่รสชาติอาหาร ต้องบอกว่า ทานแล้วต้องไปทานอีกแน่นอนค่ะ อ้อ เจ้าของร้านแอบกระซิบบอกด้วยค่ะว่า ถ้าใครไปทานอาหารที่ ร้านกลมกล่อม ภายในเดือนมีนาคมนี้ เพียงบอกว่ามาจากเว็บสนุกดอทคอมทางร้าน ลดค่าอาหาร 10% เลยค่ะ....ถ้ามีโอกาส อย่าลืมไปแวะลองชิมดูนะคะ

ร้านหน้าบ้าน




หน้าบ้าน พร้อมเสริฟอาหารรสชาดไทยแท้ในสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย ร้านตกแต่งในแบบนั่งสบายๆเพื่อไว้สังสรรค์หลังเลิกงานหรือไปพักผ่อนในยามว่าง จิบค๊อกเทลรสชาดนุ่มๆ ในบรรยากาศเป็นกันเองเปิดตัวกันไปแล้วสำหรับ Urban Square ถ.ประชาชื่น (ซอยข้างมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต) เมื่อเข้าไปถึงก็สะดุดตากับร้านอาหารไทยที่ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นชื่อร้านเก๋ๆว่า “หน้าบ้าน” อาหารที่นี่รับประกันความสดเพราะส่งตรงมาจากแม่น้ำแม่กลอง สมุทรสงครามกันเลยทีเดียว นอกจากนั้นเชฟฝีมือดียังมีประสบการ์ณในการปรุงอาหารมานานถึง 18 ปี เช่น Chef Kunhathai และ Chef Tatar ซึ่งมีประสบการณ์ในการปรุงอาหารในต่างประเทศอย่างเชี่ยวชาญ อาหารทุกจานจึงออกมาหน้าตาน่ารับประทานอย่างที่เห็นในรูป เมื่อได้ลองรสชาดอาหารก็ไม่ผิดหวัง รสชาดอาหารไทยแท้ๆที่ไม่ปรุงรสจัดจนเกินไปเป็นอาหารไทยประยุกต์ที่ยังคงรสชาดความเป็นอาหารไทยแท้ๆไว้ได้อย่างลงตัว นอกจากนั้น ค๊อกเทลรสละมุนก็ได้ Bartender Oliver Oil มือดีที่มีประสบการณ์จากการปรุงค๊อกเทลรสหรูจาก Novotel Bangkokอาหารและค๊อกเทลจาก Chef และ Bartender ฝืมือเยี่ยมที่นี่เทียบเท่ากับมาตราฐานของโรงแรมหรูหรา แต่ราคากลับเท่ากับร้านอาหารทั่วๆไปและบรรยากาศในร้านก็เป็นกันเอง นั่งสบายๆกับดนตรีที่ไม่เสียงดังจนเกินไป ทำให้ร้าน “หน้าบ้าน” เป็นร้านอาหารที่อยากจะนำมาแนะนำให้ทุกคนได้ลองแวะไปพักผ่อน ทานอาหาร หรือสังสรรค์กันในวันสบายๆพิเศษในเทศกาลวันวาเลนไทน์ ลุ้นรับบัตรรับประทานอาหารมูลค่า 500 บาทฟรี 10 รางวัล สำหรับ 10 ท่านแรกที่โทรไปที่ร้าน เบอร์02 589 3133
 
อิ่มอร่อยแบบ สบาย ๆ © 2008 | Créditos: Templates Novo Blogger